ความลาดเอียงหลังคาเมทัลชีท ควรเท่าไหร่ถึงไม่รั่ว

ความลาดเอียงหลังคาเมทัลชีท ควรเท่าไหร่ถึงไม่รั่ว

ความลาดเอียงเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบโครงสร้าง เพราะเมื่อมุงหลังคาไปแล้วการแก้ทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

ทำไมความลาดเอียงถึงสำคัญ

หลังคาที่ลาดพอจะระบายน้ำได้เร็ว น้ำไม่ไหลย้อนเข้ารอยต่อและไม่ขังจนซึมผ่านรูสกรู ส่วนหลังคาที่ลาดน้อยเกินไปจะระบายช้า เมื่อเจอฝนสาดพร้อมลมแรง น้ำมีโอกาสตีย้อนเข้าใต้แผ่นได้ง่าย

ตัวเลขที่ใช้อ้างอิงได้

ลักษณะหลังคาความลาดเอียงที่แนะนำ
หลังคาลอนทั่วไป ช่วงสั้นประมาณ 5-10 องศา
หลังคาบ้านพักอาศัยทั่วไปประมาณ 10-15 องศา
หลังคาช่วงยาวมาก เช่น โกดังเพิ่มความลาดขึ้นตามความยาว และหลีกเลี่ยงการต่อแผ่นกลางผืน
ระบบลอนสำหรับความลาดต่ำทำได้ต่ำกว่าลอนทั่วไป แต่ต้องติดตั้งตามระบบอย่างเคร่งครัด

ตัวเลขข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป งานจริงควรยืนยันกับผู้ผลิตแผ่นรุ่นที่เลือกใช้ เพราะแต่ละรูปลอนมีข้อกำหนดต่างกัน

คำนวณความลาดเอียงเองแบบง่าย

วัดระยะยกสูงจากชายคาถึงสันหลังคา แล้วหารด้วยระยะราบ จากนั้นคูณ 100 จะได้ความลาดเป็นเปอร์เซ็นต์

  • ยกสูง 0.5 เมตร ในระยะราบ 10 เมตร เท่ากับ 5 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 2.9 องศา ซึ่งถือว่าน้อยสำหรับลอนทั่วไป
  • ยกสูง 1 เมตร ในระยะราบ 10 เมตร เท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 5.7 องศา เป็นระดับที่ใช้ได้กับงานส่วนใหญ่
  • ยกสูง 2 เมตร ในระยะราบ 10 เมตร เท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 11.3 องศา เหมาะกับบ้านพักอาศัย

ถ้าจำเป็นต้องทำหลังคาลาดน้อย

บางงานมีข้อจำกัดเรื่องความสูงอาคารหรือรูปทรงสถาปัตยกรรม ทำให้ลาดเอียงได้น้อย กรณีนี้ควรชดเชยด้วย

  • ใช้แผ่นยาวตลอดผืน ไม่ต่อกลางหลังคา
  • เลือกระบบลอนที่ออกแบบมาสำหรับความลาดต่ำ เช่น ลอนสแนปล็อค
  • เพิ่มระยะซ้อนด้านข้างและเก็บรายละเอียดรอยต่อเป็นพิเศษ
  • ออกแบบรางน้ำให้รองรับปริมาณน้ำได้เพียงพอ

สรุป

ถ้ามีอิสระในการออกแบบ ให้เผื่อความลาดเอียงไว้มากกว่าค่าต่ำสุดเสมอ เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตอนสร้างน้อยกว่าค่าซ่อมหลังคารั่วมาก ต้องการให้ช่วยตรวจแบบก่อนเริ่มงาน ติดต่อทีมงานได้ที่ หน้าติดต่อเรา