ความหนาเมทัลชีท 0.30 / 0.35 / 0.40 มม. ต่างกันอย่างไร เลือกเท่าไหร่ดี

ความหนาเมทัลชีทคือหนึ่งในสามเรื่องที่มีผลต่ออายุการใช้งานมากที่สุด ร่วมกับคุณภาพการเคลือบและวิธีติดตั้ง การเลือกให้พอดีกับงานจะช่วยให้ไม่จ่ายแพงเกินจำเป็น และไม่ประหยัดจนต้องซ่อมทีหลัง
ความหนามีผลกับอะไรบ้าง
- การรับน้ำหนักและแรงลม แผ่นหนากว่าต้านแรงดูดของลมได้ดีกว่า โดยเฉพาะบริเวณชายคาและมุมหลังคา
- การเดินบำรุงรักษา หลังคาที่ต้องขึ้นไปล้างหรือซ่อมบ่อย ควรใช้แผ่นหนาขึ้นเพื่อลดการยุบตัว
- เสียงและการสั่น แผ่นบางมักสั่นและมีเสียงมากกว่าเมื่อโดนลมแรงหรือฝนตกหนัก
- ความเรียบของผิวงาน แผ่นหนากว่ามีโอกาสเกิดคลื่นบนผิวหลังคาน้อยกว่าเมื่อมองจากระยะไกล
เลือกความหนาตามประเภทงาน
| ความหนา | เหมาะกับงาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| 0.30 มม. | กันสาด โรงเก็บของ งานต่อเติมชั่วคราว ช่วงแปแคบ | ไม่ควรขึ้นไปเดิน และไม่เหมาะกับพื้นที่ลมแรง |
| 0.35 มม. | บ้านพักอาศัย ห้องแถว อาคารพาณิชย์ทั่วไป | ต้องคุมระยะแปให้เหมาะ ไม่ห่างเกินคำแนะนำ |
| 0.40 มม. | โรงงาน โกดัง อาคารช่วงกว้าง พื้นที่ลมแรง | ราคาต่อตารางเมตรสูงขึ้น แต่คุ้มในระยะยาว |
| 0.47 มม. ขึ้นไป | งานโครงสร้างใหญ่ หลังคาช่วงยาวพิเศษ งานที่ต้องรับน้ำหนักมาก | น้ำหนักมากขึ้น ต้องออกแบบโครงให้รองรับ |
กับดักที่พบบ่อยเวลาเทียบราคา
เมื่อเทียบใบเสนอราคาหลายเจ้า ราคาที่ถูกกว่าอาจมาจากสเปกที่ต่างกัน ไม่ใช่ส่วนลด ลองตรวจสามข้อนี้
- ความหนารวมสีหรือไม่ ถ้าเจ้าหนึ่งเสนอ 0.35 มม. รวมสี อีกเจ้าเสนอ 0.35 มม. เนื้อเหล็ก ราคาย่อมต่างกันเป็นธรรมดา
- ชนิดเหล็กและปริมาณการเคลือบ เหล็กเคลือบอะลูซิงค์ที่เคลือบหนากว่าจะทนสนิมได้ดีกว่า
- อุปกรณ์ที่รวมในราคา ครอบสันหลังคา สกรู และแผ่นปิดชายคา รวมมาด้วยหรือคิดแยก
สรุปให้เลือกได้ใน 1 นาที
ถ้าเป็นบ้านอยู่อาศัยและอยากได้ความคุ้มค่าที่สมดุล เลือก 0.35 มม. ถ้าเป็นโรงงาน โกดัง หรือพื้นที่ลมแรง ขยับเป็น 0.40 มม. ขึ้นไป ส่วน 0.30 มม. เก็บไว้ใช้กับงานเล็กที่ไม่ต้องรับน้ำหนัก
อยากให้ช่วยดูว่างานของคุณควรใช้ความหนาเท่าไหร่ ส่งขนาดพื้นที่และลักษณะงานมาได้ที่ หน้าติดต่อเรา ทีมงานช่วยประเมินให้ฟรี