ราคาเมทัลชีทคิดจากอะไร ทำไมแต่ละร้านถึงไม่เท่ากัน

คำถามยอดฮิตคือ เมทัลชีทเมตรละเท่าไหร่ ซึ่งตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะราคาขึ้นกับสเปกที่เลือกหลายอย่าง บทความนี้จะอธิบายว่าอะไรบ้างที่ทำให้ราคาต่างกัน เพื่อให้เทียบใบเสนอราคาได้อย่างเป็นธรรม
องค์ประกอบของราคา
- ความหนาแผ่น ยิ่งหนายิ่งใช้เนื้อเหล็กมาก ราคาต่อเมตรจึงสูงขึ้น และเป็นตัวแปรที่มีผลมากที่สุด
- ชนิดและปริมาณการเคลือบ เหล็กเคลือบอะลูซิงค์ที่เคลือบหนากว่าจะทนกว่าและราคาสูงกว่า
- ระบบสี สีมาตรฐานกับสีพิเศษหรือลายไม้ ราคาไม่เท่ากัน
- รูปลอน ลอนพิเศษที่ต้องใช้เครื่องรีดเฉพาะมักมีราคาสูงกว่าลอนมาตรฐาน
- ฉนวน แผ่นบุพียูโฟมหรือพีอีโฟมจะบวกเพิ่มตามชนิดและความหนา
- อุปกรณ์ประกอบ ครอบสันหลังคา ครอบข้าง สกรู แผ่นปิดชายคา และรางน้ำ
- ค่าขนส่งและค่าติดตั้ง ขึ้นกับระยะทาง ความสูงของงาน และความยากของหน้างาน
เทียบใบเสนอราคาอย่างไรให้ยุติธรรม
ก่อนเทียบตัวเลข ให้ตรวจ 5 ข้อนี้ว่าเป็นสเปกเดียวกันหรือไม่
- ความหนาแผ่นเป็นแบบรวมสีหรือเนื้อเหล็กล้วน
- ชนิดเหล็กและปริมาณการเคลือบ
- ความยาวแผ่นที่คิดราคา ตรงกับความยาวหน้างานจริงหรือไม่
- อุปกรณ์ใดรวมอยู่แล้ว อุปกรณ์ใดคิดแยก
- รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้งหรือยัง
รายละเอียดเรื่องความหนาอ่านเพิ่มได้ที่ บทความความหนาเมทัลชีท
วิธีประหยัดที่ไม่ทำให้งานเสีย
- สั่งตัดตามความยาวจริง ลดเศษเหลือและลดรอยต่อไปพร้อมกัน
- เลือกสีมาตรฐาน ถ้าไม่ได้ต้องการเฉดเฉพาะ จะประหยัดกว่าสีพิเศษ
- วางแผนสั่งครั้งเดียว ลดค่าขนส่งหลายเที่ยว
- อย่าลดความหนาโดยไม่ปรับระยะแป เพราะจะกลายเป็นค่าซ่อมในภายหลัง
สรุป
ราคาที่ถูกที่สุดไม่เท่ากับคุ้มที่สุดเสมอไป ให้ดูสเปกควบคู่ราคา และขอใบเสนอราคาที่ระบุรายละเอียดครบ จะเปรียบเทียบได้ง่ายกว่ามาก
ต้องการใบเสนอราคาที่ระบุสเปกชัดเจน แจ้งขนาดพื้นที่และลักษณะงานได้ที่ หน้าติดต่อเรา ทีมงานประเมินให้ฟรี